นายกรัฐมนตรี ติดตามความคืบหน้าของโครงการต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมขนส่งในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อความสะดวก รวดเร็ว รองรับการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น
ที่หอประชุมเดชะตุงคะ กองบิน 41 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน ตามนโยบายของรัฐบาลในการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมขนส่งและการเดินทางของจังหวัดเชียงใหม่ ให้เกิดความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รองรับปริมาณการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยวของภูมิภาค มีการคมนาคมขนส่งที่สะดวก ทั้งทางบก ทางราง และทางอากาศ และมีปริมาณการจราจรเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งมีการขยายตัวของที่อยู่อาศัยนอกวงแหวนรอบเมือง จึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และยังคงอัตลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย ความคืบหน้าโครงการรถแดงไฟฟ้า (EV) ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างถนนวงแหวนรอบ 3 เชียงใหม่, แผนการเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยว 7 แห่ง, การพัฒนาถนนเพื่อเพิ่มศักยภาพการเชื่อมโยงเชียงใหม่และจังหวัดในภาคเหนือ ตลอดจนโครงการก่อสร้างสนามบินล้านนา (เชียงใหม่แห่งที่ 2) สำหรับการพัฒนาทางถนน ได้แก่ ถนนวงแหวนรอบเมืองเชียงใหม่ รอบที่ 1 ทางหลวงหมายเลข 11 และทางหลวงหมายเลข 1141 ระยะทางรวม 18.238 กิโลเมตร, ถนนวงแหวนรอบเมืองเชียงใหม่ รอบที่ 3 ทางหลวงหมายเลข 121 ระยะทางรวม 52.957 กิโลเมตร, แผนพัฒนาทางแยกระดับถนนวงแหวนรอบเมืองเชียงใหม่ รอบที่ 3, การพัฒนาถนนเลี่ยงเมืองแม่ริม อำเภอแม่ริม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ระยะทาง 45 กิโลเมตร ปัจจุบันสำรวจออกแบบแล้วเสร็จ, การพัฒนาถนนเลี่ยงเมืองต้นเปา ระยะทาง 16.50 กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างของบประมาณจ่ายค่าเวนคืน ในส่วนของท่าอากาศยานเชียงใหม่ภายหลังเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ได้มีการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ สร้างอัตลักษณ์ล้านนา และขยายพื้นที่การให้บริการซึ่งเป็นการดำเนินการในระยะกลาง โดยจัดสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศขึ้นอีก 1 อาคาร จะสามารถเพิ่มพื้นที่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศเพิ่มเติมขึ้นอีก 1 เท่า จะทำให้ท่าอากาศยานเชียงใหม่ รองรับผู้โดยสารสูงสุดเต็มศักยภาพได้ถึง 18 ล้านคนต่อปี
พิมลกัลย์ เดชะชัย สวท.เชียงใหม่ ///// 11 ม.ค 67