โรงพยาบาลสวนปรุง สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ และศูนย์สุขภาพที่ 1 มุ่งเน้นดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังทางจิตเวช ย้ำผู้ป่วยต้องไม่ขาดยาในช่วงเกิดสถานการณ์อุทกภัย คอยหมั่นสังเกตอาการทางจิตกำเริบ
นายแพทย์กิตต์กวี โพธิ์โน ผู้ช่วยอธิบดีกรมสุขภาพจิตและผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนปรุง เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงในหลายพื้นที่ พบว่ากลุ่มที่ต้องให้ความสำคัญอีกกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มโรคเรื้อรังทางจิตเวช ที่ต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องและดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ให้มีอาการกำเริบจนเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรง โดยมอบหมายให้ทีมบุคลากรทางการแพทย์ เตรียมความพร้อมในการให้บริการผู้ป่วยผ่านระบบ Telepsychiatry พร้อมสำรองเวชภัณฑ์ยาที่จำเป็นเพื่อเตรียมจัดส่งให้ผู้ป่วยที่อาจขาดยา โดยทีมMCATT ได้มีการวางแผนในการดูแลกลุ่มผู้ป่วยทางจิตเวชที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ เน้นติดตามเยี่ยมบ้านไม่ให้ขาดยา และสื่อสารให้ความรู้กับผู้ดูแลในการสังเกตอาการทางจิตกำเริบ
ด้านแพทย์หญิงหทัยชนนี บุญเจริญ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา ผู้ได้รับผลกระทบที่ต้องติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ได้แก่ กลุ่มเด็กและกลุ่มเด็กพิเศษที่ต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้ขาดยา ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการกำเริบทั้งด้านพฤติกรรม อารมณ์ พร้อมให้ความห่วงใยในเด็กที่อยู่ในครอบครัวที่ได้รับผลกระทบสูง หากพ่อแม่ผู้ปกครองเกิดภาวะเครียด อาจส่งผลกับการดูแลในกลุ่มเด็กพิเศษนี้ด้วย จึงต้องมีการเตรียมการวางระบบในการดูแลผู้ป่วยเด็กพิเศษร่วมกับทีมสุขภาพจิตเด็กและทีมสหวิชาชีพต่อไป
ทั้งนี้ การเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ป่วยจิตเวชสู้ภัยน้ำท่วม โดยจัดเตรียมยาจิตเวชให้พร้อม ไม่ให้ขาดยาติดตามข้อมูลข่าวสารน้ำท่วมอย่างพอเหมาะจากส่วนราชการในพื้นที่, เฝ้าระวังผู้ป่วยอาการกำเริบ, พูดคุยให้ผู้ป่วยจิตเวชผ่อนคลาย พูดด้วยน้ำเสียงกลาง ไม่ชักชวนให้ผู้ป่วยหงุดหงิดโมโห และสังเกตอาการทางจิตกำเริบ ไม่หลับไม่นอน เดินไปเดินมา พูดจาคนเดียว หงุดหงิดฉุนเฉียว หวาดระแวง หากพบอาการดังกล่าวประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุข/อสม./บุคลากรหน่วยงานภาครัฐ กูชีพกู้ภัย หรือโทร.สายด่วน 1669 อย่างทันท่วงที
พิมลกัลย์ เดชะชัย สวท. เชียงใหม่ ///// 27 ส.ค. 67