ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ เผยเศรษฐกิจภาคเหนือไตรมาส 4 ปี 2567 ปรับตัวดีขึ้นจากการเพิ่มเที่ยวบินและอีเวนท์ในพื้นที่ ส่วนการลงทุนและราคาพืชสำคัญยังหดตัว ขณะที่ไตรมาสแรกของปี 2568 เฝ้าติดตามฝุ่น PM 2.5 และนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล
นางพรวิภา ตั้งเจริญมั่นคง ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจและการเงินของภาคเหนือ ช่วงไตรมาส 4 ปี 2567 ว่า ภาพรวมมีการปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น เนื่องมาจากจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น สภาพอากาศและการจัดกิจกรรมในพื้นที่ที่มากขึ้น การบริโภคขยายตัวได้ดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและการซ่อมสร้างหลังสถานการณ์อุทกภัย ด้านผลผลิตอุตสาหกรรมปรับดีขึ้นตามความต้องการของคู่ค้าในหมวดอาหารแปรรูปและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการเบิกจ่ายภาครัฐที่ปรับดีขึ้น ขณะที่การลงทุนยังหดตัวต่อเนื่อง รายได้เกษตรกรปรับลดลงจากราคาพืชสำคัญที่หดตัว และการจ้างงานมีการปรับลดลงเล็กน้อย ในส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน จากผลของฐานราคาพลังงานที่ต่ำ ตามมาตรการช่วยค่าครองชีพของรัฐในปีก่อน
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจในไตรมาส 1 ปี 2568 คาดว่าจะปรับดีขึ้นเล็กน้อยจากการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวต่อได้ ประกอบกับผลผลิตอุตสาหกรรมเพื่อส่งออกยังฟื้นตัวได้ตามความต้องการของคู่ค้าในหมวดอาหารแปรรูปและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนการบริโภคคาดว่าจะทรงตัวตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจและภาคบริการ แต่ยังมีแรงกดดันจากกำลังซื้อและความระมัดระวังในการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงิน เช่นเดียวกับภาคอสังหาริมทรัพย์ที่คาดว่ายังทรงตัวในระดับต่ำ ขณะที่การลงทุนคาดว่าจะหดตัวตามการก่อสร้าง และรายได้เกษตรกรที่อาจปรับลดลงจากผลทางด้านราคา นอกจากนี้ยังต้องติดตามในเรื่องความรุนแรงของสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 การฟื้นตัวของกำลังซื้อต่างประเทศ รวมถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล
ดารุณี เมฆสุวรรณ // สวท.เชียงใหม่ // 4 ก.พ.68