โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ มุ่งเน้นการดูแลแบบองค์รวม และมีความจำเพาะบุคคล ภายใต้หลักการ “ผู้เสพคือผู้ป่วย” ขณะเดียวกันเพิ่มการเข้าถึงการรักษาผ่านคลินิกฟ้าใหม่ ลดข้อจำกัดในการเดินทาง และลดค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยและครอบครัว
นายแพทย์อภิศักดิ์ วิทยานุกูลลักษณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2567 สถิติภาพรวมของประเทศไทย พบว่า ผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัดรักษาส่วนใหญ่ติดเมทแอมเฟตามีนถึงร้อยละ 62 รองลงมาคือ กลุ่มโอปิออยด์ ได้แก่ ฝิ่น เฮโรอีน ร้อยละ 20.8 ในส่วนของโรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ มีผู้ป่วยติดเมทแอมเฟตามีน จำนวน 709 ราย จากผู้ป่วยทั้งหมด 1,941 ราย คิดเป็นผู้ป่วยฝิ่น ร้อยละ 6.08 และเฮโรอีน ร้อยละ 53.89 ซึ่งในกลุ่มโอปิออยด์ พบว่ามีการใช้ในกลุ่มเยาวชนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งจากราคาที่ถูกลงและการตกเป็นเป้าหมายของผู้ค้ายาเสพติด ผลกระทบจากการเสพยาเสพติด ในเยาวชนมีทั้งการเกิดโรคติดต่อทางเลือดที่รุนแรง เช่น HIV โรคไวรัสตับอักเสบบีหรือซี เป็นต้น หากเสพร่วมกับยาเสพติดชนิดอื่นอาจมีอาการจิตประสาท เช่น หูแว่ว ประสาทหลอน (Hallucination) นอกจากนี้ ยังพบปัญหาโรคสมองติดยา ซึ่งเป็นภาวะความเจ็บป่วยเรื้อรังที่ควบคุมได้ อาการที่ชัดเจนคือความอยากยา (Craving) ซึ่งอาจคงอยู่แม้หยุดเสพแล้วก็ตาม
โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ ดำเนินการภายใต้หลักการ “ผู้เสพคือผู้ป่วย” ด้วยการดูแลแบบองค์รวม และมีความจำเพาะบุคคล ใช้กระบวนการบำบัดฟื้นฟูและลดอันตรายจากการใช้ยาเสพติด (Harm Reduction) ด้วยยาเมทาโดน หรือยาบูพรีนอร์ฟีน แล้วแต่กรณีในผู้ป่วยที่เสพยาเสพติดกลุ่มโอปิออยด์ โดยมีการเพิ่มการเข้าถึงในเขตเมือง ผ่าน “คลินิกฟ้าใหม่” ซึ่งเป็นคลินิกที่ให้บริการบำบัดยาเสพติดกลุ่มโอปิออยด์ รวมถึงยาและสารเสพติดทุกชนิด ด้วยการใช้ยาต่าง ๆ ที่หลากหลาย ทันสมัย และจิตสังคมบำบัดที่ออกแบบให้ เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย พร้อมทั้งสนับสนุนการดูแลต่อเนื่องผ่าน Telemedicine ที่ช่วยลดข้อจำกัดในการเดินทางและลดค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยและครอบครัว โดยทีมสหวิชาชีพร่วมกับเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ชุมชน และภาคประชาสังคม
พิมลกัลย์ เดชะชัย สวท. เชียงใหม่ ///// 6 มิ.ย. 68