พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ แนะ เกษตรกรดูแลคัดแยกผลผลิตอย่างมีคุณภาพก่อนส่งขาย เนื่องจากล้งปรับราคาตามคุณภาพผลผลิต
.
นางกนกรัตน์ ยุกติรัตน์ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวว่า มีล้งรับซื้อลิ้นจี่พันธุ์จักรพรรดิในราคาต่ำเพียงกิโลกรัมละ 18 บาทนั้น ซึ่งจากการตรวจสอบร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอ และตัวแทนเกษตรกรในพื้นที่พบว่า ราคาดังกล่าวเป็นราคาที่สะท้อน คุณภาพของผลผลิตบางส่วนที่มีตำหนิ ไม่ได้เป็นราคากลางของตลาดแต่อย่างใด โดยผลผลิตลิ้นจี่พันธุ์จักรพรรดิที่เริ่มออกสู่ตลาดประมาณร้อยละ 25 ในขณะนี้ มีบางส่วนที่มีหนอนเจาะหัว หรือผิวไม่สวยงาม ซึ่งทำให้ล้งในพื้นที่ต้องปรับราคาลง โดยรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 18 บาท เฉพาะลิ้นจี่ที่มีตำหนิเท่านั้น โดยในภาพรวม จังหวัดเชียงใหม่มีลิ้นจี่หลากหลายสายพันธุ์ ออกสู่ตลาดตามช่วงเวลา ได้แก่ พันธุ์ฮงฮวย จักรพรรดิ และกิมเจง โดยพันธุ์จักรพรรดิถือเป็นสายพันธุ์หลัก คิดเป็นร้อยละ 63 ของผลผลิตทั้งหมด ซึ่งในปีนี้คาดว่ามีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ 3,220 ตัน โดยมีสัดส่วนลิ้นจี่ GI (คุณภาพพิเศษ) ร้อยละ 10
.
สำหรับราคาจำหน่ายในตลาด มีความแตกต่างกันตามขนาดและคุณภาพ ดังนี้ ลิ้นจี่พันธุ์จักรพรรดิ เบอร์ AA ราคากิโลกรัมละ 30 – 35 บาท เบอร์ A ราคากิโลกรัมละ 18 – 20 บาท เบอร์ B ราคากิโลกรัมละ 8 – 10 บาท ราคาส่งตลาดเมืองใหม่ อยู่ที่ 45 บาท/กิโลกรัม และราคาปลีกทั่วไปในจังหวัดอยู่ที่ 50 – 60 บาท/กิโลกรัม
.
จังหวัดเชียงใหม่ได้ดำเนินมาตรการหลายด้านเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพของตลาด อาทิ การเปิดจุดจำหน่ายลิ้นจี่โดยตรงให้เกษตรกร เช่น ที่หน้าโรงแรมสมายล้านนา การสนับสนุนค่าขนส่งทางไปรษณีย์ฟรี รวมถึงการเชื่อมโยงลิ้นจี่คุณภาพไปยังโรงงานแปรรูป เช่น บริษัท ไฮไลฟ์ โกลบอล ฟู้ดส์ จำกัด ที่รับซื้อลิ้นจี่จำนวน 100 ตัน ในราคานำตลาด
.
ทั้งนี้ ได้ขอความร่วมมือเกษตรกรให้ดูแลคัดแยกผลผลิตอย่างมีคุณภาพก่อนส่งขาย เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อราคาตลาดและภาพลักษณ์ของผลไม้คุณภาพจากเชียงใหม่
คมสันต์ คำวงค์ สวท.เชียงใหม่ /// 8 มิ.ย. 68