สมาคมสตรีนครเชียงใหม่ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ครบรอบ 150 ปี วันประสูติ รำลึกถึงพระกรุณาธิคุณที่ทรงขับเคลื่อนวัฒนธรรมแบบจารีต และต่อยอดทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่การขยายผลทั้งเชิงคุณค่าวัฒนธรรมและมูลค่าทางเศรษฐกิจของพื้นที่ภาคเหนือตอนบน พร้อมชมการแสดงฟ้อนเล็บแบบฉบับคุ้มหลวงโดยช่างฟ้อนกว่า 3,000 คน
นางสาววรัญญา เลิศวรกิจพิพัฒน์ นายกสมาคมสตรีนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่เตรียมจัดโครงการเฉลิมพระเกียรติพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ครบรอบ 150 ปี วันประสูติ ระหว่างวันที่ 23 – 24 กันยายน 2566 ณ ลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณที่ทรงขับเคลื่อนวัฒนธรรมแบบจารีต และต่อยอดทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่การขยายผลทั้งเชิงคุณค่าวัฒนธรรมและมูลค่าทางเศรษฐกิจของพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เน้นย้ำอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมล้านนาที่มีคุณค่าในระดับสากล
ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมดังกล่าว โดยกิจกรรมวันที่ 23 กันยายน เริ่มเวลา 07.00 น. พิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 150 รูป ถวายพระราชกุศล นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระราชชายาเจ้าดารารัศมี การแข่งขันกลองตึ่งโนง พิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และการแสดงฟ้อนเล็บแบบฉบับคุ้มหลวงโดยช่างฟ้อนจำนวน 3,226 คน ซึ่งพระราชชายา เจ้าดารารัศมี ทรงคิดท่าฟ้อนและนำไปใช้อย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน ส่วนกิจกรรมวันที่ 24 กันยายน เริ่มเวลา 09.00 น. ชมนิทรรศการและการแสดงศิลปวัฒนธรรม การฟ้อนรำ ดนตรีพื้นเมือง และเวลา 18.00 น. ชมการแสดงดนตรีวงล้านนาออเคสตรา
พระราชชายาเจ้าดารารัศมี มีพระกรณียกิจที่ทรงคุณอเนกอนันต์ต่อล้านนาและสยาม ทรงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเรื่องดนตรีพื้นเมือง และศิลปะการแสดงพื้นเมือง ทรงฟื้นฟูและส่งเสริมกิจการทอผ้าซึ่งเคยมีชื่อเสียงมาช้านานในล้านนาจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์สำคัญของเชียงใหม่และลำพูนจนถึงปัจจุบัน ทรงอุดหนุนการศึกษาของสงฆ์ และการศึกษาในโรงเรียนชายหญิงของนครเชียงใหม่ ทรงทำนุบำรุงศาสนา บูรณะวัดวาอารามต่างๆ มากมายทั่วนครเชียงใหม่ นอกจากนี้ ทรงปลูกลำไยต้นแรก และได้ส่งเสริมขยายผลจนกลายเป็นผลไม้เศรษฐกิจของเชียงใหม่ ทรงริเริ่มและสนับสนุนการปลูกกุหลาบทั่วนครเชียงใหม่และหัวเมืองใกล้เคียง และประทานนามกุหลาบที่ทรงค้นพบตามพระนามในพระบรมราชสวามีว่า “จุฬาลงกรณ์” ทรงเน้นการให้ความรู้การเกษตรสมัยใหม่เข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง พระอัจฉริยะภาพและพระกรุณาธิคุณดังกล่าว ปรากฏให้เห็นจนถึงปัจจุบันที่ การปลูกใบชา ใบหม่อน กล้วยไม้ และลำไย กระจายอยู่ทั่วนครเชียงใหม่และเมืองใกล้เคียง ซึ่งประชาชนต่างยึดถือเป็นอาชีพหลักสร้างรายได้เลี้ยงครัวเรือน
ดารุณี เมฆสุวรรณ // ทีมข่าว สวท.เชียงใหม่ // 19 ก.ย.66