ป่าคาร์บอนเครดิตที่ตำบลแม่โป่ง อำเภอดอยสะเก็ด ช่วยแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ทำให้คนในชุมชนหันมาดูแลป่ามากขึ้น
นายวิชัย เป็งเรือน ผู้ใหญ่บ้านบ้านต้นผึ้ง และประธานเครือข่ายป่าชุมชนตำบลแม่โป่ง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงโครงการจัดทำป่าคาร์บอนเครดิตในพื้นที่ตำบลแม่โป่งว่า ตำบลแม่โป่งประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมมาเป็นเวลานาน จึงได้กำหนดให้เป็นวาระของหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมดูแลและดำเนินการ โดยได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนงบประมาณจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผ่านกองทุนดูแลป่าชุมชน เป็นการนำงบประมาณใช้ดำเนินการรักษาป่า เช่น ทำแนวกันไฟ ลาดตระเวน ทำเสวียน ปลูกป่า ทำฝายชะลอน้ำ เป็นต้น และกองทุนพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ที่ส่งเสริมให้ชาวบ้านมีงาน มีอาชีพ มีรายได้ เช่น นำใบไม้ในป่ามาแปรรูปเป็นภาชนะ โดยรวมกลุ่มผลิตในนามวิสาหกิจชุมชนป่าต้นผึ้ง ส่งจำหน่ายไปทั่วประเทศ
สำหรับตำบลแม่โป่งมีป่าชุมชนทั้งสิ้น 8,483 ไร่ ดำเนินการวางแปลงคาร์บอนเครดิต 93 แปลง เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้คนในชุมชนรู้จักการทำแปลงคาร์บอนเครดิต โดยปีแรกสามารถกักเก็บคาร์บอนเครดิตได้ 2,556 ตันคาร์บอนเครดิต ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดจุดความร้อนในพื้นที่ และทำให้ชาวบ้านรู้สึกรักและหวงแหนป่าชุมชนมากขึ้น ในปี 2567 จะมีการซื้อขายคาร์บอนเครดิตอย่างเป็นทางการผ่านองค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก และมีแผนเตรียมขยายพื้นที่ดำเนินการไปยังตำบลป่าป้อง อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอแม่ริม และอำเภอแม่ออน การดำเนินโครงการดังกล่าวนอกจากจะเป็นแนวทางหนึ่งในการลดปัญหาไฟป่าและฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ดีแล้ว ยังทำให้ป่าชุมชนคงความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน และสร้างรายได้กลับคืนมาเป็นทุนในการพัฒนาชุมชนต่อไป
ดารุณี เมฆสุวรรณ // ทีมข่าว สวท.เชียงใหม่ // 27 ก.ย.66