อาจารย์แพทย์ ประจำภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เตือน อะมีบากินสมอง ภัยเงียบจากน้ำธรรมชาติ แนะ ประชาชน หลีกเลี่ยงล้างจมูกด้วยน้ำประปา และควรระวังขณะเล่นน้ำในแหล่งธรรมชาติ แม้ความเสี่ยงต่ำ แต่อันตรายร้ายแรงถึงชีวิต
ผศ.ดร.สงบ สนิท อาจารย์ประจำภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า อะมีบากินสมอง คือเชื้อปรสิตเซลล์เดียวในกลุ่มอะมีบา พบได้ทั่วโลก ทั้งในดิน แหล่งน้ำจืดธรรมชาติ เช่น แม่น้ำ ทะเลสาบ น้ำพุร้อน รวมถึงแหล่งน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น สระว่ายน้ำ หรือถังเก็บน้ำที่ไม่ได้มาตรฐาน ประเทศไทยพบเชื้อชนิดนี้ในหลายจังหวัด โดยเฉพาะในแหล่งน้ำจืด ไม่พบในน้ำทะเล และปัจจุบันยังไม่มียารักษาที่จำเพาะสำหรับเชื้อชนิดนี้ แม้จะพบได้น้อยมาก แต่อะมีบากินสมองกลับอันตรายถึงชีวิต ข้อมูลผู้ติดเชื้อในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2525 – 2564 มีรายงานผู้ติดเชื้อสะสมเพียง 17 ราย แต่เสียชีวิตถึง 14 ราย และส่วนใหญ่เสียชีวิตภายใน 1–2 สัปดาห์หลังแสดงอาการ ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ที่เล่นน้ำในคลอง บึง น้ำตก หรือแม้แต่ในสระว่ายน้ำหรือสวนน้ำที่ไม่ได้รับการดูแลที่ดี รวมถึงผู้ที่ใช้น้ำประปาล้างจมูกโดยตรง การติดเชื้อเกิดจากการที่น้ำที่มีเชื้อ เข้าทางโพรงจมูก เชื้อจะไต่ขึ้นผ่านเส้นประสาทรับกลิ่นไปยังสมอง ทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบรุนแรง อาการหลังติดเชื้อ ได้แก่ ปวดหัว มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ก่อนพัฒนาเป็นคอแข็ง และมีภาวะทางระบบประสาทอย่างรวดเร็ว หากไม่วินิจฉัยและรักษาโดยเร็ว มักเสียชีวิตในเวลาอันสั้น การให้ประวัติการว่ายน้ำ เล่นกีฬาทางน้ำหรือกิจกรรมในแหล่งน้ำธรรมชาติ การล้างโพรงจมูกด้วยน้ำประปา จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้เร็วขึ้น
ทั้งนี้ แนวทางป้องกันหลีกเลี่ยงการใช้น้ำประปาล้างโพรงจมูก โดยเฉพาะน้ำจากถังเก็บ ใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อในการล้างจมูก และควรเป็นขวดขนาดเล็ก ใช้ครั้งเดียว หากต้องว่ายน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือสระน้ำที่ไม่มั่นใจ ควรสวมที่หนีบจมูกเสมอ หากสำลักน้ำเข้าจมูก ควรสั่งน้ำมูกออกทันที
พิมลกัลย์ เดชะชัย สวท. เชียงใหม่ ///// 28 ก.ค. 68