กรมทรัพยากรธรณี ลงพื้นที่ บ้านปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ตรวสอบเหตุการณ์แผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก พร้อมแนะนำหลีกเลี่ยงการสร้างสิ่งปลูกสร้างบนเนินเขาสูงชันและไม่กีดขวางทางน้ำ และเฝ้าระวังหากฝนตกหนักต่อเนื่อง
.
นายสมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่จากกองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม และ สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 กรมทรัพยากรธรณี ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบเหตุการณ์แผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากเมื่อกลางดึกระหว่างวันที่ 26-27 สิงหาคม 2568 ที่ บ้านปางอุ๋ง หมู่ที่ 1 และบ้านปางอุ๋งใหม่ หมู่ที่ 18 ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบทำให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 6 ราย บาดเจ็บ 15 ราย สูญหาย 3 ราย และบ้านเรือนเสียหายจำนวนมาก จากการสำรวจพบว่า สภาพที่ตั้งของหมู่บ้านอยู่บริเวณที่ลาดเชิงเขามีทางน้ำไหลผ่านหมู่บ้าน และมีสภาพธรณีวิทยารองรับด้วยหินตะกอนและหินตะกอนกึ่งแปร จำพวกหินทราย หินดินดาน หินปูน และหินควอร์ตไซต์ มีอัตราการผุพังสูงทำให้มีชั้นดินหนาชนิดตะกอนทรายปนดินเหนียว สีน้ำตาลแดง, พบร่องรอยแผ่นดินถล่มชนิดการไหล และการเลื่อนไถลขนาดใหญ่จำนวนมากบนภูเขาทางด้านทิศใต้ของหมู่บ้านปางอุ๋งใหม่ และพบร่องรอยแผ่นดินถล่มชนิดเศษวัสดุธรณีไหล (debris flow) มีวัสดุธรณีประกอบด้วยเศษหินทราย และหินควอร์ตไซต์ ไม่คัดขนาด ตั้งแต่ก้อนกรวดเล็กถึงก้อนหินมนใหญ่ (granule-boulder) เศษหินใหญ่ที่สุดมีขนาดประมาณ 60x100 เซนติเมตร ปะปนกับตะกอนทรายปนดินเหนียว และซากต้นไม้ขนาดใหญ่ แผ่กระจายในพื้นที่บ้านปางอุ๋ง และพบกองดินถล่มโบราณ ประกอบด้วยตะกอนกรวดของหินปูน ขนาดตั้งแต่ก้อนกรวดเล็กถึงก้อนหินมนใหญ่ (granule-boulder) และทรายปนดินเหนียวโดยไม่แยกชั้นตามขนาดเล็กถึงใหญ่ บริเวณในหมู่บ้านปางอุ๋ง
.
ส่วนสาเหตุเกิดจาก อิทธิพลของพายุ “คาจิกิ” ทำให้ฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ประกอบกับหมู่บ้านตั้งอยู่บริเวณที่ลาดเชิงเขามีสภาพป่าเป็นป่าต้นน้ำที่มีความสูงและความชันมาก บางบริเวณมีการปลูกข้าวโพดบนพื้นที่เชิงเขา ทำให้ชั้นดินอุ้มน้ำและรับน้ำหนักไม่ไหว เกิดเป็นแผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากลงสู่หมู่บ้านอย่างรวดเร็วและรุนแรง สร้างความเสียหายแก่ชีวิต ทรัพย์สิน และบ้านเรือนของประชาชนจำนวนมาก
.
ในการนี้ กรมทรัพยากรธรณี ได้แนะนำให้หลีกเลี่ยงการสร้างสิ่งปลูกสร้างบนเนินเขาสูงชัน ติดกับภูเขาที่มีหน้าผาสูงชัน ไม่กีดขวางทางน้ำหรือร่องน้ำ ตามธรรมชาติ รวมถึงสร้างทางระบายน้ำให้มีขนาดใหญ่เพียงพอต่อการระบายน้ำ, ปรับหน้าดินให้เป็นลักษณะขั้นบันได หรือลดความลาดชั้นของหน้าเขาลง พร้อมทั้งปลูกพืชคลุมดิน และทุกภาคส่วนให้เฝ้าระวัง และเตรียมพร้อมรับมือเมื่อเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินถล่ม
คมสันต์ คำวงค์ สวท.เชียงใหม่ /// 29 ส.ค. 68