ผจก.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาเมืองเชียงใหม่ 2 คาด จ่ายไฟฟ้าได้ภายในวันนี้ จากเหตุรถกระบะบรรทุกน้ำดื่มพุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูง เสียหายรวม 52 ต้น พร้อมยืนยันว่า เสาไฟฟ้าทุกต้นถูกออกแบบมาให้รับแรงได้ตามมาตรฐานและมีความยืดหยุ่น
.
วันที่ 10 ก.ย. 2568 ที่ถนนทางหลวงหมายเลข 1366 ช่วงโชตนา - สภ.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ดร.ทองศุกร์ วงศ์โสภา ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองเชียงใหม่ 2 เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดอุบัติหตุ รถกระบะบรรทุกน้ำดื่มพุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูงเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2568 จนเป็นเหตุให้ เสาไฟฟ้า 52 ต้นล้มเสียหาย ประกอบด้วย เสาแรงสูง 115 กิโลโวลต์ จำนวน 24 ต้น, เสาแรงสูง 22 กิโลโวลต์ จำนวน 23 ต้น, เสาแรงต่ำ 5 ต้น, หม้อแปลง เสียหาย 7 ลูก และมิเตอร์ไฟฟ้า 34 เครื่อง รวมถึงมีทรัพย์สินของประชาชนเสียหาย ได้แก่ รถยนต์ รถยนต์และบ้านเรือนประมาณ 20 หลัง โดยผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนผู้โดยสารมาด้วยเสียชีวิต และทำให้พื้นที่ชุมชนหนองฮ่อเกิดไฟดับเป็นวงกว้างและยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงปิดถนนช่วงที่เกิดอุบัติเหตุไม่ให้รถที่ไม่เกี่ยวข้องสัญจรผ่าน โดยเจ้าหน้าที่จาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นำเครื่องจักรหนักมาขนย้ายเสาไฟและอุปกรณ์ที่เสียหาย และทยอยนำเสาไฟฟ้ามาปักทดแทน รวมถึงมีเจ้าหน้าที่จาก อบต.ช้างเผือกลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน และเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงมารื้อถอนเสาไฟส่องสว่าง ที่เสียหายออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
.
ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองเชียงใหม่ 2 กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ได้นำชุดเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 20 ชุด รวม 400 คน เข้ามาดำเนินการ โดยคาดว่าจะจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับกระทบใช้ได้ภายในวันนี้ ส่วนสาเหตุที่ทำให้เสาไฟฟ้าล้มหลายต้นแม้ว่าจะถูกชนเพียงต้นเดียวนั้นเกิดจากบริเวณที่ถูกชนเป็นทางโค้งระยะห่างระหว่างเสาไฟแต่ละต้นมีน้อย ทำให้เมื่อเสาไฟเกิดล้มจึงดึง ให้เสาต้นอื่น ๆ ล้มตาม และล้มพาดไปยังฝั่งตรงข้ามส่งผลให้บ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหายไปด้วย
.
ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าเสาไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทุกต้นได้รับการตรวจสอบผ่านมาตรฐาน มีความยืดหยุ่นสามารถรับแรงได้แต่ อุบัติเหตุครั้งนี้พบว่ารถบรรทุกน้ำวิ่งมาด้วยความเร็วสูงทำให้เกิดแรงปะทะรุนแรงทำให้เสาไฟฟ้าล้ม ส่วนความเสียหายทีมวิศวกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประเมินอีกครั้ง
คมสันต์ คำวงค์ สวท.เชียงใหม่ /// 10 ก.ย. 68