แพทย์ มช. แนะ โรคไหลตาย ไม่ใช่เรื่องลี้ลับและไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่คือโรคทางพันธุกรรมที่สามารถอธิบายและป้องกันได้
.
ผศ.นพ.นราวุฒิ ประเสริฐวิทยากิจ อายุรแพทย์ อนุสาขาสรีระไฟฟ้าหัวใจ หน่วยวิชาโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า โรคไหลตาย หรือทางการแพทย์เรียกว่า Brugada Syndrome (บรูกาด้า ซินโดรม) คือกลุ่มอาการที่ที่หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรงอันเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมของระบบกระแสไฟฟ้าในหัวใจ (คล้ายกับวงจรไฟฟ้าลัดวงจร) ส่งผลให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้กะทันหัน เมื่อเกิดขึ้นต่อเนื่อง และไม่ได้รับการช่วยชีวิตอย่างทันท่วงทีก็จะนำไปสู่การเสียชีวิต โรคนี้พบได้มากในประชากรชายแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะ “ภาคอีสาน” ของไทย ซึ่งสถิติพบผู้ป่วยสูงถึง 4 คน ในประชากร 1,000 คน และมักเกิดขึ้นในขณะที่ผู้ป่วยกำลังนอนหลับ และมักพบในผู้ที่สูงอายุ, มีปัญหาสุขภาพ, ดื่มสุรา, สูบบุหรี่, มีโรคร่วมอยู่เดิม แต่ก็มีข่าวผู้คนวัยทำงาน ร่างกายแข็งแรง ไม่เคยเจ็บป่วย กลับนอนหลับและจากไปอย่างไม่มีวันกลับ หลายคนเรียกว่า “โรคไหลตาย” ในความเป็นจริงทางการแพทย์ “ไหลตาย” ไม่ใช่เรื่องลี้ลับ และไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่มันคือโรคทางพันธุกรรมที่สามารถอธิบายและป้องกันได้
.
โรคไหลตาย เกิดจากหลายปัจจัย แม้คนภายนอกจะดูแข็งแรง แต่หากมีปัจจัยเหล่านี้ อาจมีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป โดยเพศชาย มีโอกาสเป็นมากกว่าเพศหญิงหลายเท่า, มีประวัติคนในครอบครัว (สายตรง) เสียชีวิตกะทันหันก่อนวัยอันควร (ชายก่อนอายุ 55 ปี, หญิงก่อนอายุ 65 ปี) และเคยมีอาการวูบ เป็นลม หมดสติ หรือเคยตรวจพบคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ ซึ่งร่างกายมักส่งสัญญาณเตือนมาก่อนเสมอ เช่น นอนหลับแล้วหายใจเสียงดัง เฮือก หรือเหมือนคนขาดอากาศหายใจ, สะดุ้งตื่นกลางดึกพร้อมอาการใจสั่น แน่นหน้าอก, มีอาการเกร็ง หรือปัสสาวะราดขณะนอนหลับ
.
สำหรับผู้ที่มีพันธุกรรมแฝงอยู่ โรคอาจจะไม่แสดงอาการเลยตลอดชีวิต หากไม่มีสิ่งกระตุ้นเหล่านี้ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มมึนเมา, การใช้สารเสพติดทุกชนิด, ยาบางชนิดที่มีผลต่อระบบประสาท, ภาวะร่างกายขาดพักผ่อนหรือทำงานหนักเกินไป และการเป็นไข้สูง (ความร้อนกระตุ้นให้ไฟฟ้าหัวใจรวนได้ง่ายขึ้น)
.
ทั้งนี้ หากพบเห็นคนนอนหลับแล้วมีอาการเกร็ง หายใจติดขัด หรือหมดสติ ปลุกไม่ตื่นให้รีบโทร. 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทันที, ตรวจชีพจรและลมหายใจ หากหยุดหายใจหรือไม่มีชีพจร ให้ทำ CPR (ปั๊มหัวใจ) ทันที เพื่อช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ระหว่างรอการช่วยเหลือจากทีมแพทย์
คมสันต์ คำวงค์ สวท.เชียงใหม่ /// 4 ธ.ค. 68