อาจารย์แพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เตือน สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว พบการแพร่ระบาดได้รวดเร็ว เน้นย้ำประชาชนเฝ้าระวังและป้องกันตนเอง
แพทย์หญิงสิปาง ปังประเสริฐกุล อาจารย์ประจำสาขาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ไข้หวัดใหญ่แตกต่างจากไข้หวัดธรรมดาอย่างชัดเจน โดยไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza) พบได้ทั้งสายพันธุ์ A และ B อาการมักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน มีไข้สูงลอย 39 - 40 องศาเซลเซียส หรือบางรายอาจสูงถึง 41 องศาเซลเซียส มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น เจ็บคอ ไอ น้ำมูก คัดจมูก ร่วมกับอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย และอาจมีอาการทางระบบทางเดินอาหารได้ เช่น อาเจียนหรือท้องเสีย ขณะที่ไข้หวัดธรรมดา อาการจะค่อยเป็นค่อยไป ไข้ต่ำ มีน้ำมูกและไอเล็กน้อย และมักหายได้เองภายในไม่กี่วัน ไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส จึงมักไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ จึงควรพิจารณาการใช้ยาปฏิชีวนะเมื่อมีความจำเป็นหรือข้อบ่งชี้เพิ่มเติม สำหรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ยังคงเป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพในการลดความรุนแรงของโรคและการเสียชีวิต โดยแนะนำให้ฉีดทุกปี เนื่องจากเชื้อไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อยู่เสมอ ควบคู่กับการรักษาสุขอนามัย
ทั้งนี้ สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวซึ่งพบการแพร่ระบาดได้รวดเร็ว กรมควบคุมโรคเปิดเผยข้อมูลล่าสุด ระบุว่าในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสมมากกว่า 1.1 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิตถึง 125 ราย นับเป็นตัวเลขสูงสุดในรอบ 5 ปี จึงเน้นย้ำให้ประชาชนเฝ้าระวังและป้องกันตนเองอย่างใกล้ชิด จากข้อมูลเฝ้าระวังพบว่า เด็กอายุ 5-9 ปี เป็นกลุ่มที่มีอัตราการติดเชื้อสูงที่สุด เนื่องจากต้องอยู่รวมกันในห้องเรียน ทำกิจกรรมร่วมกัน และใช้ของเล่นหรือสิ่งของร่วมกัน การแพร่เชื้อเกิดผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือสัมผัสน้ำมูกหรือน้ำลาย
พิมลกัลย์ เดชะชัย สวท. เชียงใหม่ ///// 17 ม.ค. 69