เจ้าหน้าที่ธนาคารประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ PCT ภ.5 รวบบัญชีม้า – คนคุม เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยึดเงินสด 3 แสนได้ทันก่อนส่งมอบบอสชาวจีน
.
วันที่ 2 มี.ค. 2569 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทศโนโลยีสารสนเทศตำรวจภูธรภาค 5 (ศปอส.ภ.5)และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวจับกุมบัญชีม้าและคนคุม เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2569 เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ภ.5 ได้รับการประสานจาก ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) และ Investigate Digital Channel สายงาน Financial Crime ธนาคารกรุงไทย ประสานให้ดำเนินการตรวจสอบ บุคคลต้องสงสัยรับโอนเงินจากผู้เสียหาย และได้เข้าทำธุรกรรมถอนเงินสดหน้าเคาเตอร์ ณ ธนาคารกรุงไทย สาขาประตูเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โดยทำธุรกรรมถอนเงินสด จากบัญชีธนาคารกรุงไทย หมายเลขบัญชี 664568xxxx ชื่อบัญชี นส.ชุฏาฯ จำนวนเงิน 3000,000 บาท ซึ่งเป็นการทำธุรกรรมที่ผิดปกติ ต่อมาเวลา 16.20 น. เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ภ.5 เดินทางไปถึงพบ น.ชุฏาฯ กำลังถอนเงินสดและเดินออกจากธนาคาร จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบและชักถาม น.ส.ชฎาฯ ให้การรับว่า ได้ถอนเงินสดจากบัญชีธนาคารกรุงไทย หมายเลขบัญชี 664568xxxx ชื่อบัญชี นส.ชุฎาฯ ซึ่งเป็นบัญชีของตน จำนวนเงิน 300,000 บาท เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2569 เวลา เวลา 16.17 น. ซึ่งเงินสด จำนวน 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) ไม่ใช่เงินสดของตน ไม่ทราบว่ามาจากผู้ใด ทั้งนี้ตนได้รับคำสั่งการจากชายอีก 3 คน ซึ่งเฝ้าอยู่หน้าธนาคารเป็นคนสั่งการให้ทำตามขั้นตอนต่าง ๆ
.
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้กระจายตัวและทำการควบคุม ชายอีก 3 คนได้ในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือ นายพิภพ หรือภพ/ ขอสงวนนามสกุล, MR.ARR WAI หรืออาเหวย สัญชาติ เมียนมา และ นายจงฟู แซ่ลี้ หรืออาฟู่ ไม่มีนามสกุล ของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อประสานงานกัน จำนวน 3 เครื่อง ซึ่งรับสารภาพว่าเป็นผู้ควบคุม สั่งการให้ น.ส.ชุฎาฯ มาเบิกถอนเงินสดจริง จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบรับแจ้งความออนไลน์ พบว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่ผู้เสียหายได้แจ้ง ความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี เนื่องจากถูกมิจฉาชีพแก็งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงิน มูลค่าความเสียหาย 2,4000,000 บาท และในจำนวนนี้ถูกโอนมายัง บัญชี น.ส.ชุฎาฯ จำนวน 300,000 บาท ซึ่งตำรวจจะได้คืนเงินที่ตรวจยึดได้ให้ผู้เสียหาย และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายต่อไป
.
ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 5 แจ้งเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ที่ชักชวนให้ไปเปิดบัญชี หรือขอใช้บัญชีเพื่อรับโอนเงินโดยเด็ดชาด ให้สันนิษฐานไว้เสมอว่าเป็นการรับโอนเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด มีโทษตามกฎหมาย และจะถูกดำเนินคดีในภายหลัง
คมสันต์ คำวงค์ สวท.เชียงใหม่ /// 2 มี.ค. 69