ปภ.เชียงใหม่ จัดอบรมเครือข่ายประชาชน สนับสนุนทำแนวป้องกันไฟเปียก ลดความเสี่ยงเกิดไฟป่าและป้องกันพื้นที่สำคัญในพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด
.
วันที่ 11 มี.ค. 2569 ที่ วัดพระธาตุดอยสะเก็ด ตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเครือข่ายประชาชน เพื่อสนับสนุนการจัดทำแนวป้องกันไฟเปียก (Wet Fire Break) เพื่อป้องกันพื้นที่สำคัญและเพิ่มความชุ่มชื้นในพื้นที่ (ครู ก) รุ่นที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายอำเภอดอยสะเก็ด หัวหน้าสำนักงาน ปภ.เชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน อาสาสมัครป้องกันไฟป่า และประชาชนเข้าร่วม
.
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดความรู้ตามแนวพระราชดำริเรื่อง “ป่าเปียก” ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าอย่างยั่งยืน ซึ่งเน้นการบริหารจัดการดิน น้ำ ไฟ ลม และป่าไม้ อย่างเป็นระบบ มีเหตุผล และสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้เครื่องมือ วิธีการ และนวัตกรรมต่าง ๆ ในการสูบน้ำขึ้นที่สูงเพื่อให้ป่าไม้เกิดความชุ่มชื้น ลดโอกาสการเกิดไฟ ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนในพื้นที่เกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติการในครั้งนี้ พร้อมทั้งต่อยอดองค์ความรู้นำไปเป็นแนวทางสำหรับใช้ในการป้องกันไฟป่าในปีต่อไป และที่สำคัญยังเป็นช่วยการป้องกันไฟป่าที่อาจจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่และสถานที่สำคัญในดอยสะเก็ดอีกด้วย โดยเฉพาะบริเวณวัดพระธาตุดอยสะเก็ด ที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูง มีป่าไม้ล้อมรอบ และมีการทับถมของใบไม้แห้งในพื้นที่จำนวนมาก จึงทำให้เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าและลุกลามเข้ามาในพื้นที่สำคัญได้
.
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้มีความเข้าใจถึงสาเหตุของการเกิดไฟป่า แนวทางป้องกันและการสร้างแนวป้องกันไฟเปียก หรือที่เรียกว่า “ป่าเปียก” เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผืนป่า ลดความรุนแรงของไฟ และฟื้นฟูระบบนิเวศให้เกิดความสมดุล นอกจากนี้ ยังมีการเรียนรู้การจัดการพื้นที่ตามศาสตร์พระราชา เช่น การปลูกต้นไม้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ การทำคลองไส้ไก่ คลองก้างปลา การขุดหลุมขนมครก และการสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้น ลดการสะสมเชื้อเพลิง และลดความเสี่ยงการเกิดไฟป่า
.
ทั้งนี้ พื้นที่ป่าบริเวณโดยรอบวัดพระธาตุดอยสะเก็ด มีการทำแนวป้องกันไฟ “ป่าเปียก” ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 แล้ว ซึ่งที่ผ่านมายังไม่พบไฟป่าเกิดขึ้นในพื้นที่ นับว่าเป็นผลสำเร็จจากการดำเนินการดังกล่าว โดยคาดหวังว่า ผู้เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้จะสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเอง และต่อยอดนำไปถ่ายทอดต่อยังประชาชน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน และป้องกันไฟป่าได้อย่างยั่งยืน
คมสันต์ คำวงค์ สวท.เชียงใหม่ /// 11 มี.ค.69