ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ภาค 3 ส่วนหน้า ยังคงระดมกำลังภาคอากาศในการเข้าควบคุมไฟป่าเชียงใหม่ใหม่ โดยส่ง ฮ.ปภ. 2 ลำ ขึ้นบินทิ้งน้ำพร้อมกัน
.
วันที่ 2 เม.ย. 2569 ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ภาค 3 ส่วนหน้า (กองทัพภาคที่ 3) อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ส่งเฮลิคอปเตอร์ KA 32 จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จำนวน 2 ลำ ปฏิบัติการควบคุมไฟป่า ในพื้นที่อุทยานแม่ตะไคร้ ในพื้นที่บ้านป่าสักงาม ต.ลวงเหนือ และ ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ บินทิ้งน้ำ จำนวน 8 เที่ยวๆ ละ 3,000 ลิตร ปริมาณน้ำ รวมจำนวน 24,000 ลิตร และอีก 1 ลำ บินทิ้งน้ำ พื้นที่ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ โดยช่วงบ่ายวันนี้จังหวัดเชียงใหม่ตรวจพบจุดความร้อน 263 จุด พบมากที่สุด อำเภอฮอด 67 จุด อมก๋อย 31 จุด แม่แจ่ม 24 จุด ดอยเต่า 22 จุด ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ รองลงมาคือ ป่าสงวนแห่งชาติ และ เขต สปก. จำนวน 68 จุด ส่วนสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินเกณฑ์มาตรฐาน สูงสุดที่ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 333.30 มคก./ลบ.ม. มีผลต่อสุขภาพ
.
ขณะที่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาไฟป่าและ PM 2.5 อย่างใกล้ชิด โดยได้ขึ้นบินกับ ฮ.ปภ. KA-32-02 เพื่อตรวจสถานการณ์และปฏิบัติการดับไฟป่าในพื้นที่ ต.ยั้งเมิน อ.สะเมิง (พิกัดจุดความร้อนสำคัญ) โดยได้ กำชับทุกพื้นที่ ปิดป่า 100% ห้ามบุคคลเข้าพื้นที่ป่าโดยเด็ดขาดซึ่งเป็นสาเหตุการเกิดไฟป่า หากพบผู้ฝ่าฝืนให้ชุดลาดตระเวนจับกุมดำเนินคดีทันที และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลสุขภาพประชาชนในการเร่งแจกหน้ากากอนามัย และเปิด “ห้องปลอดฝุ่น” บริการประชาชนทุกอำเภอ
.
ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ขอความร่วมมือผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นด่านหน้าสื่อสารขอความร่วมมือหยุดเผาเพื่อลมหายใจของส่วนรวม แม้สภาพอากาศจะแห้งแล้งจนทำฝนหลวงได้ยาก แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนยังคงเดินหน้าดับไฟและเฝ้าระวังอย่างเต็มกำลัง
คมสันต์ คำวงค์ สวท.เชียงใหม่ /// 2 เม.ย. 69