อาจารย์แพทย์ มช. เผย พบผู้ป่วยอาการรุนแรงที่มีแนวโน้มทรุดลงอย่างรวดเร็ว สะท้อนผลกระทบของมลพิษทางอากาศที่ชัดเจนมากขึ้น
รศ.นายแพทย์อติคุณ ลิ้มสุคนธ์ อาจารย์ประจำหน่วยวิชาโรคระบบการหายใจ เวชบำบัดวิกฤต และภูมิแพ้ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ฝุ่น PM2.5 เป็นอนุภาคขนาดเล็กมาก สามารถแทรกซึมลึกเข้าสู่ถุงลมปอดและเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง ก่อให้เกิดการอักเสบในระบบทางเดินหายใจ และเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่ทำให้โรคปอดเดิมกำเริบอย่างรุนแรง โดยมีกรณีตัวอย่างนักท่องเที่ยวหญิงชาวต่างชาติที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน แล้วส่งตัวมารักษาต่อที่เชียงใหม่ อายุ 19 ปี ไม่มีโรคประจำตัว และไม่สูบบุหรี่ หลังสัมผัสหมอกควันและฝุ่น PM2.5 เพียงระยะเวลาสั้น ๆ ผู้ป่วยมีอาการไอ เหนื่อย และทรุดลงอย่างรวดเร็ว จนต้องเข้ารับการรักษาด้วยออกซิเจนแบบ High Flow พร้อมให้ยาปฏิชีวนะและสเตียรอยด์ ภายหลังอาการดีขึ้นและสามารถกลับบ้านได้ เมื่อติดตามผลพบว่าเอกซเรย์ปอดกลับมาเป็นปกติ แต่ตรวจเลือดพบเม็ดเลือดขาวสูงขึ้น สอดคล้องกับภาวะโรคปอดอักเสบเฉียบพลันจากการตอบสนองต่อควันพิษหรือมลพิษในปริมาณมากภายในระยะเวลาสั้น ซึ่งเคสลักษณะนี้มักเกิดในคนที่ไม่ได้สูบบุหรี่ หรือไม่ได้สัมผัสควันเป็นประจำ และมีความเป็นไปได้สูงว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสูดควันพิษในพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูงที่สัมพันธ์กับการได้รับฝุ่น PM2.5 และควันไฟในปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ยังได้กลิ่นควันในอากาศชัดเจน ซึ่งสะท้อนระดับมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายโดยตรง ในส่วนของกรณีผู้ป่วยเรื้อรังทรุดหนักจากฝุ่น ตัวอย่างที่พบ เป็นผู้ป่วยที่มีภาวะโปรตีนสะสมผิดปกติในปอด ต้องเข้ารับการล้างปอดเป็นประจำปีละ 1–2 ครั้ง ต่อเนื่องมากกว่า 5–6 ปี โดยก่อนหน้านี้สามารถควบคุมอาการได้ดี อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่มลพิษทางอากาศสูง ผู้ป่วยกลับมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งที่เพิ่งล้างปอดไปไม่ถึง 2 เดือน จนเกิดภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และผลการล้างปอดพบว่าน้ำมีลักษณะ “แดงปนเลือด” จากเดิมที่เป็นสีขาวขุ่น สะท้อนถึงการอักเสบและความเสียหายของเนื้อปอดในระดับรุนแรง
ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยโรคปอด หอบหืด ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสอากาศที่มีมลพิษสูง ลดกิจกรรมกลางแจ้ง และสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น เช่น N95 รวมถึงติดตามค่าคุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิดหากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอมาก แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรืออาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะปอดอักเสบรุนแรงหรือหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
พิมลกัลย์ เดชะชัย สวท. เชียงใหม่ ///// 17 เม.ย. 69