เกษตรเชียงใหม่ติดตามการปลูกกระเทียมในพื้นที่อำเภอไชยปราการกับการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบทำให้ราคาพุ่ง 4 เท่า พร้อมลดต้นทุนการผลิตด้วยปุ๋ยพืชสด
.
วันที่ 25 เม.ย. 2569 นายเสน่ห์ แสงคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากติดตามสถานการณ์การผลิตกระเทียมในพื้นที่อำเภอไชยปราการ ถือเป็นแหล่งปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศและอากาศหนาวเย็นตลอดปี เหมาะแก่การปลูกพืชหลากหลายชนิด อาทิ ลำไย มะม่วง ลิ้นจี่ หอมแดง หอมหัวใหญ่ และโดยเฉพาะ “กระเทียม” ซึ่งในปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกรวมกว่า 1,070 ไร่ เกษตรกร 85 ราย โดยได้ติดตามสถานการณ์การผลิตกระเทียมของ นางกัลยา ใจภา เกษตรกรตัวอย่างที่ปลูกกระเทียมพันธุ์พื้นเมืองบนพื้นที่ 7 ไร่ ซึ่งเป็นแบบอย่างความสำเร็จในการจัดการผลผลิตอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มเพาะปลูกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน และเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
.
สำหรับการบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรรายนี้ ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การชะลอขายเพื่อเพิ่มมูลค่า แทนการขายกระเทียมสดหน้าสวนซึ่งปีนี้มีราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 12 บาท โดยนำกระเทียมมาตากแห้งเพื่อรอจำหน่ายในช่วงที่ราคาขยับสูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันราคากระเทียมแห้งสูงถึงกิโลกรัมละ 45 บาท หรือต่างกันถึง 4 เท่าตัว, การลดต้นทุนด้วยปุ๋ยพืชสด มีการปลูกปอเทืองเพื่อบำรุงดินในช่วงพักแปลง ทดแทนการใช้ปุ๋ยยูเรียในรอบการปลูก และการสร้างรายได้เสริมและการแปรรูป ในระหว่างรอกระเทียมแห้ง จะใช้แปลงเดิมปลูกผักหมุนเวียนอีก 2 รอบเพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่อง ส่วนกระเทียมที่มีขนาดเล็กหรือไม่ตรงตามความต้องการตลาด นำไปแปรรูปเป็นกระเทียมดองเพื่อเพิ่มมูลค่า
.
เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า นี่คือตัวอย่างของการวางแผนการผลิตแบบครบวงจร เกษตรกรไม่ได้พึ่งพาเพียงการขายผลผลิตสดเพียงอย่างเดียว แต่รู้จักการบริหารจัดการเวลาเพื่อรอราคาที่เหมาะสม การลดต้นทุนการผลิตด้วยการปรับปรุงดิน และการแปรรูปเพื่อปิดช่องว่างทางการตลาด ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการลดความเสี่ยงในอาชีพเกษตรกรรมและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
คมสันต์ คำวงค์ สวท.เชียงใหม่ /// 25 เม.ย. 69