แพทย์ มช. เตือน ทุเรียน มะม่วง กินผิดเวลา เสี่ยงไขมันพอกตับไม่รู้ตัว

ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เตือน ทุเรียน และมะม่วงสุก หากกินไม่ถูกวิธี เสี่ยงไขมันพอกตับไม่รู้ตัว 
         รองศาสตราจารย์ พญ.ศุภวรรณ บูรณพิร หัวหน้าหน่วยต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เตือน ทุเรียน และมะม่วงสุก หากกินไม่ถูกวิธี กระทบต่อสุขภาพแบบไม่รู้ตัว ซึ่งทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีใยอาหารสูง ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย และยังมีโฟเลต สารต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงโพแทสเซียมที่มีส่วนช่วยในการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท ขณะที่มะม่วงสุกมีจุดเด่นอยู่ที่วิตามินซีสูง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อร่างกาย แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ “พลังงานและน้ำตาล” ที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะทุเรียนที่มีทั้งไขมันและสารกำมะถัน ซึ่งหากกินมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการร้อนใน หรือรู้สึกใจสั่นได้ การควบคุมปริมาณถือเป็นหัวใจสำคัญของการกินผลไม้ทั้งสองชนิดนี้อย่างปลอดภัย สำหรับทุเรียน แนะนำไม่เกิน 2 เม็ดขนาดกลางต่อครั้ง และวันละ 1 ครั้งก็เพียงพอ ส่วนมะม่วงสุก ควรกินเพียงครึ่งผลต่อครั้ง เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไปโดยไม่รู้ตัว ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการกินคือ “ช่วงสายถึงบ่าย” เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายยังสามารถเผาผลาญพลังงานได้ดี การกินช่วงเย็นหรือก่อนนอน อาจทำให้พลังงานส่วนเกินสะสมเป็นไขมัน และเพิ่มความเสี่ยงไขมันพอกตับในระยะยาว
         ทั้งนี้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรระวังเป็นพิเศษ เพราะน้ำตาลในผลไม้สามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงได้อย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยโรคไต โดยเฉพาะในระยะที่ 3 ขึ้นไป ต้องระวังโพแทสเซียมในทุเรียน ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของไต รวมถึงผู้ที่มีโรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูง อาจมีอาการใจสั่นหรือความดันเพิ่มขึ้นจากสารบางชนิดในทุเรียน และ “ห้ามกินทุเรียนร่วมกับแอลกอฮอล์” เนื่องจากสารในทุเรียนจะไปยับยั้งเอนไซม์ที่ใช้กำจัดแอลกอฮอล์ในร่างกาย อาจทำให้เกิดอาการหน้าแดง ร้อนวูบวาบ ปวดศีรษะ หรือรุนแรงถึงขั้นหมดสติได้ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการกินร่วมกับของหวานอื่น เช่น ข้าวเหนียวมูน น้ำอัดลม หรือลำไย เพราะจะยิ่งเพิ่มปริมาณน้ำตาลและพลังงานเกินความจำเป็น

พิมลกัลย์  เดชะชัย สวท. เชียงใหม่ ///// 25 พ.ค. 69
 


image รูปภาพ
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar