เชียงใหม่ โชว์ผลสำเร็จ “Air for All” ต่อยอดงานวิจัยสู่การแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน

จังหวัดเชียงใหม่ ต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรม “Air for All” สู่การแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เดินหน้าขยายผลทั่วภาคเหนือ
.
วันที่ 5 ก.ค. 2569 ที่ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานคณะกรรมการติดตามแผนงาน “งานวิจัยนวัตกรรมและการใช้ประโยชน์เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วน ฝุ่นละออง PM 2.5 แบบบูรณาการและมุ่งเป้า” เป็นประธานเปิดกิจกรรมเสวนาผลสำเร็จของผลงานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมทั้งส่งมอบนวัตกรรม Air for All : Research & Innovation to Impact ภายใต้แนวคิด “2 ปีแห่งการสร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง ขยายผลสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน” โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และ ศ.ดร.นพ. พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิจัย ภาคีเครือข่ายและนักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมงาน
.
ภายในงานได้มีการมอบผลงานนวัตกรรม Air for All จำนวน 7 ผลงาน ให้แก่หน่วยงานและผู้ใช้งานในพื้นที่เป้าหมายของภาคเหนือ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 และยกระดับคุณภาพอากาศในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากพื้นที่ต้นแบบ กิจกรรมเยาวชนต้นกล้าท้าหมอกควัน เพื่อสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริง
.
โดยตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา แผนงาน Air for All ได้มุ่งเปลี่ยนองค์ความรู้จากงานวิจัยให้เกิดการใช้ประโยชน์จริง ผ่านการพัฒนานวัตกรรม และการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2567 เริ่มนำร่องในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย และจังหวัดเชียงใหม่ ครอบคลุมการจัดการต้นเหตุของปัญหา การสนับสนุนการตัดสินใจด้วยข้อมูล และการผลักดันเชิงนโยบาย ซึ่งผลการดำเนินงานระยะแรกสามารถนำไปสู่การจัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการด้านฝุ่น PM 2.5 รวมถึงจัดตั้งศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลและติดตามประเมินผล เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลและหลักฐานทางวิชาการของจังหวัดฯ ต่อมาได้ขยายผลไปยัง 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน โดยบูรณาการงานวิจัยในมิติต่างๆ จนเกิดองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม เครื่องมือ และข้อเสนอเชิงนโยบายที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ทั้งในระดับชุมชนและพื้นที่ปฏิบัติการได้อย่างเป็นรูปธรรม
.
สำหรับปี 2569 แผนงานจะก้าวไปสู่การสร้างระบบที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในระดับพื้นที่และระดับประเทศ โดยบูรณาการข้อมูล เทคโนโลยี กลไกเชิงนโยบาย และการบริหารจัดการเข้าด้วยกัน พร้อมผลักดันการสื่อสารเชิงรุกในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การตัดสินใจ และยกระดับการบริหารจัดการปัญหา PM 2.5 ของประเทศให้เกิดความยั่งยืน
คมสันต์ คำวงค์ สวท.เชียงใหม่ /// 5 ก.ค. 69


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar