ธนาคารแห่งประเทศไทย ขยายเวลาซื้อทรัพย์สินคืน โครงการ พักทรัพย์ พักหนี้ เน้นย้ำ ผู้ประกอบธุรกิจที่ประสงค์จะขอขยายระยะเวลาการใช้สิทธิซื้อทรัพย์สินคืน ขอให้เร่งติดต่อสถาบันการเงินเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องก่อนครบกำหนดสัญญาเดิม
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ออกโครงการ “พักทรัพย์ พักหนี้” ตั้งแต่ปี 2564 เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ด้วยการโอนทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันให้สถาบันการเงินเพื่อเป็นการชำระหนี้ และให้สิทธิซื้อคืนได้ภายในระยะเวลา 5 ปี ปัจจุบันยังมีผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ในโครงการฯ กว่า 400 ราย ที่จะทยอยครบกำหนดใช้สิทธิซื้อทรัพย์สินคืนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย และภาครัฐได้สนับสนุนให้สถาบันการเงินใช้มาตรการที่มีอยู่ในการช่วยผู้ประกอบธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับซื้อทรัพย์สินคืนมาอย่างต่อเนื่อง เช่น สินเชื่อ "มีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง (SMEs Secure+)" และโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ของธนาคารออมสิน
ทั้งนี้ ยังมีผู้ประกอบธุรกิจบางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากทั้งสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งแม้จะมีความตั้งใจซื้อทรัพย์สินคืนแต่ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวทำให้ต้องการเวลาเพิ่มขึ้นในการหาเงินทุน ธปท. จึงขยายระยะเวลาการใช้สิทธิซื้อทรัพย์สินคืนภายใต้โครงการฯ ออกไปไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2570 เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ยังมีศักยภาพมีเวลาเพิ่มเติมเพื่อจัดหาแหล่งเงินทุนและดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่ประสงค์จะขอขยายระยะเวลาการใช้สิทธิซื้อทรัพย์สินคืน ขอให้เร่งติดต่อสถาบันการเงินเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องก่อนครบกำหนดสัญญาเดิม ในส่วนของผู้ประกอบธุรกิจที่มีสภาพคล่องและหาแหล่งเงินทุนได้ สามารถซื้อทรัพย์สินคืนตามกำหนดเดิม เพื่อให้กลับมาเป็นเจ้าของทรัพย์สินได้โดยเร็ว
พิมลกัลย์ เดชะชัย สวท. เชียงใหม่ ///// 28 ก.ค. 69