องคมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ติดตามการดำเนินงานศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก และศูนย์การเรียนรู้ด้านการเกษตรแปลง 85 ไร่
พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก ปัจจุบันมีเกษตรกรสมาชิก 295 ราย โดยกาแฟเป็นพืชสร้างรายได้หลัก สามารถสร้างมูลค่าจากการส่งมอบผลผลิตให้มูลนิธิโครงการหลวงรวมกว่า 56 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังส่งเสริมพืชทางเลือก ได้แก่ มะเขือเทศเชอร์รี่ สีเขียว และมะเขือเทศเชอร์รี่ 3 สี ซึ่งมีมูลค่าการส่งมอบกว่า 1 ล้านบาท ส่งผลให้เกษตรกรสมาชิกโครงการหลวงร้อยละ 80 มีรายได้สูงกว่าเส้นขีดความยากจนของจังหวัดเชียงใหม่และลำปาง ซึ่งกำหนดไว้ที่ 40,000 บาทต่อปี ด้านการพัฒนากาแฟ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตกได้ผลักดัน “กาแฟตีนตก” สู่การขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อยกระดับคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต พร้อมพัฒนาศูนย์การเรียนรู้กาแฟโครงการหลวงแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ ได้แก่ การเพาะกล้าและการผลิตกาแฟ กลางน้ำ ได้แก่ การแปรรูป และปลายน้ำ ได้แก่ การจำหน่ายและการตลาดผ่านร้านค้าสวัสดิการ ทั้งนี้ ระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนมิถุนายน มีผู้เข้าเยี่ยมชม และศึกษาดูงานกว่า 6,802 ราย ขณะที่ร้านค้าสวัสดิการสามารถสร้างรายได้กว่า 3.2 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ ได้ตรวจเยี่ยมศูนย์การเรียนรู้ด้านการเกษตรแปลง 85 ไร่ โครงการหมู่บ้านสหกรณ์ อำเภอสันกำแพง ตามพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ดูแลภายใต้ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก จำนวน 35 ไร่ โดยมีแผนดำเนินการก่อสร้างโรงงานต้นแบบแปรรูปกาแฟคุณภาพ ภายใต้โครงการยกระดับคุณภาพการ ผลิตกาแฟอะราบิกา เพื่อความยั่งยืนบนพื้นที่สูง ซึ่งเป็นความร่วมมือด้านวิชาการและการวิจัยระหว่าง สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และมหาวิทยาลัยเกษตรยูนนาน(Yunnan Agricultural University) สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อสนับสนุนให้มูลนิธิโครงการหลวงเป็นต้นแบบการวิจัย และพัฒนาด้านกาแฟ โดยการพัฒนาและประยุกต์ใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการแปรรูปเพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิตและผลิตภัณฑ์กาแฟบนพื้นที่สูง ควบคู่กับการพัฒนาระบบการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตกและหน่วยงานภาคีบูรณาการดำเนินงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง มุ่งส่งเสริมอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิต ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองและเติบโตได้อย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ พัฒนาให้บรรลุเป้าหมายตามแนวทางโครงการหลวง และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและชุมชนในพื้นที่ต่อไป
พิมลกัลย์ เดชะชัย สวท. เชียงใหม่ ///// 22 ส.ค. 69