จังหวัดเชียงใหม่ บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาการฆ่าตัวตาย ขอความร่วมมือประชาชนร่วมสังเกตและช่วยเหลือผู้เผชิญวิกฤต
นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการสุขภาพจิตจังหวัดเชียงใหม่ ได้ประชุมร่วมกันเพื่อติดตามสถานการณ์ปัญหาสุขภาพจิตในพื้นที่ และกำหนดแนวทางบูรณาการความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์การฆ่าตัวตาย สถานการณ์ผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง ตลอดจนข้อมูลการรับแจ้งเหตุที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยจิตเวชผ่านสายด่วน 191 และ 1669 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งหารือแนวทางป้องกันปัญหาการกระทำรุนแรงในสถานศึกษา และประเด็นด้านสุขภาพจิตอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนและกำหนดมาตรการป้องกัน แก้ไข และให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างเหมาะสม
ด้านสถานการณ์การฆ่าตัวตายของจังหวัดเชียงใหม่ ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2569 พบผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย จำนวน 185 ราย คิดเป็นอัตรา 10.97 ต่อแสนประชากร ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ไม่ควรเกิน 7.8 ต่อแสนประชากร และเมื่อพิจารณาอัตราการฆ่าตัวตายต่อแสนประชากร พบว่า อำเภอกัลยาณิวัฒนา มีอัตราสูงสุด 38.34 ต่อแสนประชากร รองลงมา ได้แก่ อำเภอพร้าว 26.30 และอำเภอเวียงแหง 25.08 ต่อแสนประชากร หากพิจารณาจากจำนวนผู้เสียชีวิต พบว่า อำเภอแม่แตงมีจำนวนสูงสุด 17 ราย รองลงมา ได้แก่ อำเภอแม่ริม 15 ราย
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตแนะนำว่า บุคคลใกล้ชิดสามารถมีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาวิกฤตชีวิตได้ ด้วยการรับฟังอย่างเข้าใจ เป็นที่ปรึกษา ให้กำลังใจ และช่วยชี้ช่องทางในการเข้าถึงความช่วยเหลือ โดยควรตระหนักว่าปัญหาสุขภาพจิตสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และสามารถเข้ารับการดูแลรักษาจากบุคลากรทางการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญได้เช่นเดียวกับการเจ็บป่วยทางกาย ประชาชนที่กำลังประสบปัญหาหรือมีความเครียด สามารถเข้ารับคำปรึกษาจากโรงพยาบาลและหน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 เพื่อขอรับคำปรึกษาและคำแนะนำเบื้องต้น
พิมลกัลย์ เดชะชัย สวท.เชียงใหม่ ///// 22 ส.ค. 69