แพทย์ มช. เตือน เช็ก 5 สัญญาณ หัวใจเริ่มมีปัญหา

อาจารย์แพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผย 5 สัญญาณเตือน หัวใจเริ่มมีปัญหา ที่ไม่ควรมองข้าม แนะ หมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
         ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พญ.ทรรศลักษณ์ ทองหงษ์ อาจารย์ประจำหน่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยถึง  5 สัญญาณเตือน “หัวใจเริ่มมีปัญหา” ที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่ แน่นหน้าอกหรือเจ็บหน้าอก อาการอาจเป็นลักษณะรู้สึกแน่น จุก หรือเหมือนมีของหนักกดทับบริเวณกลางหน้าอกหรือค่อนไปทางซ้าย บางรายอาจมีอาการปวดร้าวไปยังกราม คอ หลัง ไหล่ หรือแขน โดยมักเกิดขณะออกแรงหรือทำกิจกรรม และอาการอาจทุเลาลงเมื่อหยุดพัก อาการลักษณะนี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจขาดเลือด จึงไม่ควรนิ่งนอนใจ โดยเฉพาะหากเป็นอาการที่เพิ่งเกิดขึ้น มีความถี่มากขึ้น หรือมีความรุนแรงกว่าเดิม, เหนื่อยง่ายหรือหายใจลำบากผิดปกติ หากพบว่าตัวเองเหนื่อยง่ายกว่าเดิม ทั้งที่ทำกิจกรรมในระดับเดิม เช่น เดินขึ้นบันไดหรือเดินเป็นระยะทางสั้น ๆ แล้วเหนื่อยมากผิดปกติ ควรสังเกตอาการและพิจารณาเข้ารับการตรวจ นอกจากนี้ หากมีอาการหายใจลำบากเมื่อนอนราบ ต้องหนุนหมอนสูงขึ้น หรือตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะรู้สึกอึดอัดและหายใจไม่สะดวก ก็เป็นอาการที่ไม่ควรมองข้าม, ใจสั่นหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ บางคนอาจรู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็ว เต้นรัว เต้นสะดุด หรือเต้นช้าผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นอย่างฉับพลันโดยไม่มีปัจจัยกระตุ้นที่ชัดเจน หากอาการใจสั่นเกิดขึ้นบ่อย หรือเกิดร่วมกับอาการเหนื่อย เจ็บหน้าอก วิงเวียน หรือหน้ามืด ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุ, วูบ เวียนศีรษะ หรือหน้ามืดบ่อย อาการวูบหรือเป็นลมอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการทำงานของหัวใจหรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด ซึ่งอาจส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการเป็นลมโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการร่วมกับใจสั่น เจ็บหน้าอก หรือเหนื่อยหอบ ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ และเท้า ข้อเท้า หรือขาบวม หากพบว่าข้อเท้า เท้า หรือขาทั้งสองข้างบวม โดยเฉพาะลักษณะบวมที่กดแล้วบุ๋ม อาจเกี่ยวข้องกับการคั่งของน้ำในร่างกาย ซึ่งพบได้ในผู้ที่มีภาวะหัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่เต็มที่ อย่างไรก็ตาม อาการบวมสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ จึงควรให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุที่แน่ชัด
         ทั้งนี้ ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดควรใส่ใจสุขภาพและตรวจประเมินความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง นอกจากนี้ ยังรวมถึงผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดตั้งแต่อายุน้อย มีภาวะน้ำหนักเกิน ขาดการออกกำลังกาย หรือมีความเครียดสะสม การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรู้จักสัญญาณเตือนของโรคหัวใจเป็นเรื่องสำคัญ เพราะช่วยให้ผู้ที่มีความผิดปกติเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที

พิมลกัลย์  เดชะชัย สวท. เชียงใหม่ ///// 23 ส.ค. 69
 


image รูปภาพ
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar