จังหวัดเชียงใหม่ผนึกภาครัฐ–เอกชน ยกระดับเกษตรกรรายย่อย 6 จังหวัด สู่การเกษตรปลอดภัยและยั่งยืน
.
วันที่ 24 ส.ค. 2569 ที่ โรงแรมฮอลิเดย์ การ์เดน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดโครงการ “เพาะดี กินดี” เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อยนำแนวทางการฟื้นฟูระบบการผลิตและมาตรฐานเกษตรปลอดภัยมาประยุกต์ใช้ในการผลิตพืช ควบคู่กับการวางแผนการผลิตและการตลาด พร้อมยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร สร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เกษตรกร รวมถึงให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล และกลไกสนับสนุนที่เหมาะสมกับการพัฒนาการเกษตรในพื้นที่ ตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรทางการเกษตรอย่างเหมาะสมและยั่งยืน โดยมีนายเสน่ห์ แสงคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และเกษตรกรจาก 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน ลำพูน ลำปาง และพะเยา รวมกว่า 125 ราย เข้าร่วมพิธี
.
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคการเกษตรตั้งแต่ต้นทางการผลิต โดยมุ่งเน้นให้เกษตรกรตระหนักถึงความปลอดภัยในการทำการเกษตร ทั้งต่อตัวเกษตรกร ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถพัฒนาศักยภาพไปสู่การเป็นผู้ประกอบการด้านการเกษตร มีการวางแผนการผลิต การตลาด และการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เพื่อสร้างรายได้และความมั่นคงให้แก่เกษตรกร ด้านสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ได้ดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรให้ผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยมีการสนับสนุนให้เกษตรกรพัฒนาศักยภาพด้านการประกอบการ ผ่านโครงการตลาดเกษตรกร รวมถึงการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เข้ามามีบทบาทด้านการตลาด การสร้างแบรนด์ และการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ส่งผลให้สินค้าเกษตรของจังหวัดเชียงใหม่ได้รับการยอมรับและมีการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค
.
สำหรับโครงการ “เพาะดี กินดี” เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ดำเนินการโดยมูลนิธิรักษ์ไทย ร่วมกับ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด โดยภายในงานมีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ เวทีเสวนา “จากนโยบายสู่แปลงเกษตรกร” เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการเข้าถึงนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล และกลไกการสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยสู่การเกษตรที่ยั่งยืน
.
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และเกษตรกร เพื่อสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนสร้างระบบการผลิตที่คำนึงถึงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การยกระดับภาคการเกษตรของจังหวัดเชียงใหม่และภูมิภาคให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืนต่อไป
คมสันต์ คำวงค์ สวท.เชียงใหม่ ///// 24 ส.ค.69