ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่เชียงใหม่สร้างความเข้าใจเกษตรกร เร่งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันก่อนเกิดภัยเพื่อเข้าถึงสิทธิการช่วยเหลือจากภาครัฐ
.
วันที่ 23 ก.ย. 2569 นางสาวศรีโสดา โกฏคำลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายเสน่ห์ แสงคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่อำเภอดอยเต่าขับเคลื่อนการดำเนินงานช่วยเหลือเกษตรกร พร้อมมอบสมุดทะเบียนเกษตรกรและรับขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงสิทธิ์ทางภาครัฐ เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาคาดการณ์ผลผลิต และยังเป็นการกำหนดนโยบายด้านการเกษตร การจัดทำแผนงานให้ตรงต่อความต้องการในพื้นที่และยังมีมาตรการช่วยเหลือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วงเวลานี้มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ กำลังเคลื่อนสู่หน้าแล้ง พรรณพืชที่ปลูกอาจจะได้รับผลกระทบ จึงขอให้เกษตรกรสำรองแหล่งน้ำเกษตรให้เพียงพอ รักษาความชุ่มชื้นผิวดิน
.
สำหรับหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ด้านพืช ตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 ซึ่งใช้บังคับสำหรับภัยที่เกิดตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป มีอัตราการช่วยเหลือ ได้แก่ ข้าว อัตรา 2,240 บาทต่อไร่, พืชไร่และพืชผัก อัตรา 3,180 บาทต่อไร่, ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ อัตรา 6,800 บาทต่อไร่ กรณีไม้ผลและไม้ยืนต้นได้รับความเสียหายจนชะงักการเจริญเติบโต อัตรา 3,400 บาทต่อไร่ โดยเมื่อรวมกับกรณีเสียหายสิ้นเชิงแล้ว ต้องไม่เกิน 30 ไร่ กรณีแปลงปลูกพืชถูกดินหรือโคลนทับถม อัตรา 16,000 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 5 ไร่
.
ทั้งนี้ สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ขอประชาสัมพันธ์และเน้นย้ำให้เกษตรกรในพื้นที่ เร่งตรวจสอบและขึ้นทะเบียนเกษตรกร รวมถึงปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบันก่อนเกิดภัย เพื่อให้ข้อมูลการเกษตรมีความถูกต้อง สามารถใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร ตลอดจนเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาให้ความช่วยเหลือเกษตรกรตามหลักเกณฑ์ของทางราชการเมื่อเกิดภัยพิบัติ
คมสันต์ คำวงค์ สวท.เชียงใหม่ ///// 23 ก.ย. 69