สคร. 1 เชียงใหม่ แนะปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหารเจอย่างปลอดภัยด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม เพราะการกินเจไม่ใช่แค่ไม่มีเนื้อสัตว์แต่ต้องเพื่อสุขภาพที่ดี มุ่งลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อ
แพทย์หญิงเสาวนีย์ วิบุลสันติ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ เปิดเผยว่า การรับประทานอาหารเจควรมีการระมัดระวัง เพราะอาหารเจที่พบได้ทั่วไปมีทั้ง ผัด ทอด และแปรรูป เช่น โปรตีนเกษตรที่ผ่านการแปรรูป รวมถึงอาหารสำเร็จรูป ซึ่งบางเมนูอาจมีการใช้ซีอิ๊ว ซอสปรุงรส เต้าเจี้ยว ซึ่งในเครื่องปรุงรสมักมีโซเดียมแฝง หากรับประทานอาหารที่มีโซเดียมแฝงมากเกินไป หรือเติมเครื่องปรุงจำนวนมาก อาจทำให้ได้รับโซเดียมสูงเกินกว่าที่ควรได้รับต่อวัน โดยองค์การอนามัยโลกกำหนด คือ โซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน รวมถึงอาหารเจที่มีน้ำมันมาก ขนมและเครื่องดื่มที่มีรสหวานจัด ทำให้ได้รับพลังงานที่ต้องการต่อวันมากเกินความจำเป็น สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรให้ความสำคัญกับเลือกอาหารมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่ควรระวังได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคอ้วน ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น ขนมหวาน ไอศกรีม และเบเกอรี่ ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น อาหารทอด แกงกะทิ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ควรจำกัดการรับประทานอาหารที่มีโซเดียม เลี่ยงการเติมเกลือ ซอสปรุงรส งดอาหารหมักดอง และระวังอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น กล้วย ส้ม ผักสีเข้มต่าง ๆ ฟักทอง ชะอม มะเขือเทศ และรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ สามารถเริ่มได้ง่าย ๆ จากการเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลาย เน้นผักและผลไม้ อาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อย ลดอาหารหวาน มัน เค็ม ลดการเติมเครื่องปรุง เลี่ยงอาหารที่มีการผัด ทอด ควรเปลี่ยนเมนูเป็น ต้ม นึ่ง ย่างแทน อ่านฉลากโภชนาการ มองหาเครื่องหมายทางเลือกสุขภาพก่อนการเลือกซื้อ ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ 8 – 10 แก้วต่อวัน และควรขยับร่างกายหรือมีกิจกรรมทางกาย ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน หรือสะสม 150 นาที ต่อสัปดาห์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพที่ดีและแข็งแรงในระยะยาว
พิมลกัลย์ เดชะชัย สวท. เชียงใหม่ ///// 15 ต.ค. 69