สำนักงานขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี ขอเชิญชวนให้ผู้ขับรถเตรียมความพร้อมก่อนขับรถ ในช่วงวันหยุดเทศกาล

สำนักงานขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี ขอเชิญชวนให้ผู้ขับรถเตรียมความพร้อมก่อนขับรถ ในช่วงวันหยุดเทศกาล วันอาสาฬหนูชาและวันเข้าพรรษา ระหว่างวันที่ 13 - 17 กรกฎาคม 2565

นายประวิทย์ กิจประยูร ขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ด้วยกรมการขนส่งทางบกได้จัดทำแผนอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา 2565 ระหว่างวันที่ 13 - 17 กรกฎาคม 2565 เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเวลาดังกล่าว ประกอบกับปัจจุบันอุบัติเหตุทางถนน ยังคงเป็นปัญหาหลักของประเทศทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และพิการปีละหลายแสนคน ไม่รวมถึงทรัพย์สิน ที่เสียหายอีกมูลค่าหลายพันล้านบาท โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญๆ อัตราการเกิดอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มมากขึ้นกว่าช่วงปกติ โดยในช่วงเวลาเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา จะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและเดินทางไปท่องเที่ยว เป็นจำนวนมากอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนได้

สำนักงานขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ดูแลสภาพของยานพาหนะให้มีความพร้อมกับการใช้งาน ดังนี้

1. เตรียมความพร้อมของผู้ขับขี่รถ ผู้ขับรถจะต้องมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงไม่อยู่ในระหว่างป่วยไข้ ไม่อดนอน งดเว้นการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สุราของมึนเมาทุกชนิด หรือกินยาที่ทำให้เกิดอาการง่วงนอน หรือมีฤทธิ์ต่อประสาท และต้องรู้กฎจราจร เครื่องหมายจราจร และสัญญาณจราจรต่างๆ ต้องมีใบอนุญาตขับรถ และไม่บรรทุกผู้โดยสารท้ายรถกระบะบรรทุก 4 ประตู

2. เตรียมความพร้อมของยานพาหนะ ผู้ขับรถต้องตรวจตราความพร้อมของยานพาหนะ ดังนี้

- รถที่ใช้ต้องติดแผ่นป้ายทะเบียนรถ ป้ายแสดงการชำระภาษีประจำปี และต้องมีสำเนาคู่มือแสดง การจดทะเบียนรถตลอดจนมีการประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถให้เรียบร้อย

- รถที่นำมาใช้ต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรง มีอุปกรณ์ส่วนควบต่างๆ ครบถ้วนตามกฎหมายกำหนด

- มีการตรวจสอบสภาพรถเบื้องต้นก่อนการใช้งาน เช่น ตรวจเติมน้ำมันเชื้อเพลิงน้ำมันหล่อลื่น แรงดัน ลม ยาง ระบบไฟ ระบบห้ามล้อ (เบรก) กระจกมองหลังและกระจกมองข้าง และระบบบังคับเลี้ยว เป็นต้น

3. เตรียมความพร้อมเรื่องเส้นทางการขับรถ ผู้ขับรถต้องศึกษาเส้นทางที่จะเดินทาง มีการวางแผนล่วงหน้า ในการเลือกใช้เส้นทางสายหลักหรือสายรองอื่นๆ ในการขับรถให้ถึงจุดมุ่งหมายปลายทางในระยะทางที่ใช้เวลาน้อยที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นเส้นทางที่ไม่เคยผ่าน ควรศึกษาว่ามีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด มีจดอันตราย ที่ควรระมัดระวังขณะขับรถผ่านเส้นทางดังกล่าวหรือไม่และหากต้องขับรถระยะทางไกลมากกว่า 600 กิโลเมตร ควรมีคนคอยเปลี่ยนขับ และควรหยุดพักทุก 3 - 4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาการเหนื่อยล้าและหลับใน หากมีอาการง่วงนอนควรจอดพักในบริเวณที่ปลอดภัย เช่น ศูนย์บริการ/สถานี บริการ ของทางหลวง หรือสถานีบริการน้ำมัน เป็นต้น

 

ข้อมูล 

 



คะแนนโหวต :
บทความที่น่าสนใจ
บทความยอดนิยม